Security Assessment
ยกระดับความปลอดภัยให้ระบบธุรกิจของคุณด้วยบริการ Security Assessment จาก Orange Thailand
ในยุคดิจิทัลที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น ข้อมูลสำคัญของธุรกิจและลูกค้าบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของคุณกำลังตกเป็นเป้าหมาย การรู้เท่าทันและอุดช่องโหว่ก่อนถูกโจมตีจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น “สิ่งจำเป็น” สำหรับทุกองค์กร
Orange Thailand ขอแนะนำบริการ Vulnerability Assessment (VA) และ Cybersecurity Assessment แบบครบวงจร ที่จะช่วยตรวจสุขภาพระบบไอทีของคุณด้วยมาตรฐานระดับสากล เพื่อค้นหาจุดอ่อน วิเคราะห์ความเสี่ยง และให้คำแนะนำในการแก้ไขอย่างตรงจุด
บริการตรวจสอบความปลอดภัยระบบ
Security Test Services
เพื่อให้ครอบคลุมทุกระดับความต้องการของธุรกิจ เราแบ่งรูปแบบการให้บริการออกเป็น 2 ระดับหลัก ตามความเหมาะสมและข้อจำกัดของแต่ละระบบ ดังนี้:
Web Application Vulnerability Assessment (VA Scan) และ OWASP Top 10 Compliance
บริการสแกนหาช่องโหว่จาก “ภายนอก” (Black-box Testing / DAST) โดยใช้เครื่องมือ สแกนอัตโนมัติระดับมาตรฐานสากล (เช่น ZAP Proxy) เพื่อจำลองมุมมองของผู้ไม่หวังดี โดยอ้างอิงการตรวจสอบตามหมวดหมู่ความเสี่ยงระดับโลกอย่าง OWASP Top 10
- การตรวจสอบช่องโหว่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Level)
ตรวจสอบพอร์ตที่เปิดใช้งาน (Open Ports), ตรวจสอบบริการและเวอร์ชัน (Services & Versions), ตรวจจับระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ที่ล้าสมัย, สแกนช่องโหว่ที่มีหมายเลข CVE รองรับ, ตรวจสอบความปลอดภัยของ SSL/TLS และใบรับรอง (Certificate), รวมถึงการตั้งค่า HTTP Security Headers
- การตรวจสอบช่องโหว่ Web Application (OWASP Top 10)
ตรวจจับช่องโหว่ยอดฮิตระดับแอปพลิเคชันที่สร้างความเสียหายได้สูง เช่น การโจมตีด้วยคำสั่งฐานข้อมูล (SQL Injection), การฝังสคริปต์ข้ามไซต์ (Cross-Site Scripting – XSS), การตั้งค่าที่ไม่ปลอดภัย (Security Misconfiguration), การจัดการสิทธิ์ที่หละหลวม (Broken Authentication), การเปิดเผยข้อมูลสำคัญ (Sensitive Data Exposure) และ Information Disclosure
- ข้อจำกัดของการสแกนรูปแบบนี้
เนื่องจากเป็นการสแกนผ่าน URL จากภายนอก เครื่องมือจะไม่สามารถมองเห็น Source Code เชิงลึก หรือเจาะจงตรวจสอบช่องโหว่ระดับตรรกะทางธุรกิจ (Business Logic) ได้
- ความเหมาะสมและค่าบริการ
เหมาะสำหรับเว็บไซต์องค์กรทั่วไป, เว็บไซต์ที่สร้างจาก WordPress, ระบบ API หรือหน้า Log-in ที่ต้องการตรวจสอบความปลอดภัยเบื้องต้น โดยมี ค่าบริการมาตรฐานเริ่มต้นสำหรับการสแกนแยกต่างหาก และหากต้องการให้ทีมงาน Orange Thailand ดำเนินการแก้ไขช่องโหว่ (Remediation) จะมีการประเมินราคาค่าแก้ไขแยกตามระดับความรุนแรงของช่องโหว่ที่พบ (โดยปกติการแก้ไขจะใช้เวลาประมาณ 3-5 วันทำการ)
Penetration Testing
บริการทดสอบเจาะระบบเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญ
เนื่องจากเครื่องมือสแกนอัตโนมัติ ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้ 100% หากระบบของคุณมีความซับซ้อนสูง เก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน (PDPA) หรือต้องการความปลอดภัยขั้นสูงสุด บริการ VA Scan อาจไม่เพียงพอ เราจึงมีบริการประสานงานร่วมกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity (Cybersecurity Partner) เพื่อดำเนินการจำลองการโจมตีเสมือนจริงโดย “คน” (White-Hat Hacker)
- ความสามารถเชิงลึกที่เพิ่มขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญสามารถค้นหาช่องโหว่เชิงตรรกะ (Business Logic Flaws) ที่ซอฟต์แวร์สแกนอัตโนมัติไม่สามารถตรวจพบได้ เช่น การข้ามสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่น (Broken Access Control) หรือการดัดแปลงขั้นตอนการชำระเงิน
- ความเหมาะสมและค่าบริการ
เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่, สถาบันการเงิน, แพลตฟอร์ม E-Commerce หรือระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องการความมั่นคงปลอดภัยระดับสูงสุด สำหรับบริการเจาะระบบนี้ จะไม่สามารถเสนอราคาได้ในทันที ต้องมีการจัดประชุมร่วมกับทีมเทคนิค (Technical Team) และขอทราบ URL รวมถึงสถาปัตยกรรมระบบ เพื่อประเมินขนาดและขอบเขตงานก่อนการออกใบเสนอราคาทุกครั้ง
ขั้นตอนการให้บริการ VA Scan
(Standard Process)
เพื่อให้คุณมั่นใจในคุณภาพและผลลัพธ์ บริการของเราดำเนินการผ่าน 6 ขั้นตอนอย่างเป็นระบบ:
| ขั้นตอน | รายละเอียดการดำเนินการ |
|---|---|
| 1. กำหนดขอบเขตระบบ (Scoping) | ร่วมพูดคุยประเมินและระบุเป้าหมายที่ต้องการสแกนอย่างชัดเจน เช่น Website, Web Application, API, Server, Public IP Address หรือระดับ Subdomain |
| 2. ตรวจสอบช่องโหว่อัตโนมัติ (Automated Scan) | ดำเนินการสแกนหาช่องโหว่ด้านโครงสร้างระบบ เช่น พอร์ต, บริการที่เปิด, SSL/TLS, และการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่ปลอดภัย (Misconfiguration) |
| 3. ตรวจสอบ Web Application | สแกนหาช่องโหว่ระดับเว็บไซต์ตามมาตรฐาน OWASP Top 10 เช่น SQL Injection และ XSS |
| 4. วิเคราะห์และจัดลำดับความเสี่ยง | ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินความรุนแรงออกเป็น 5 ระดับ (Critical, High, Medium, Low, Informational) พร้อมระบุรายละเอียดปัญหา ผลกระทบทางธุรกิจ วิธีการแก้ไขที่เหมาะสม และแนวทางป้องกันในระยะยาว |
| 5. จัดทำรายงานสรุปผล (Report) | ส่งมอบรายงาน 2 ส่วน ได้แก่ Executive Summary (สรุปภาพรวมจำนวนช่องโหว่และระดับความเสี่ยงสำหรับผู้บริหาร) และ Technical Report (รายละเอียดเชิงลึก, URL ที่ได้รับผลกระทบ, หลักฐาน Evidence และวิธีการแก้ไขสำหรับทีมนักพัฒนา) |
| 6. Re-Scan (ตรวจสอบซ้ำ) | บริการพิเศษ: หลังลูกค้าดำเนินการแก้ไขแล้ว เราจะทำการตรวจสอบซ้ำให้ 1 รอบ (ภายใน 30 วัน) พร้อมออกเอกสารยืนยันผลการแก้ไขให้ทันที |
ข้อควรระวัง: สิ่งที่ “ไม่รวม” ในบริการ VA Scan
เพื่อป้องกันความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน บริการระดับ VA Scan (ด้วยเครื่องมืออัตโนมัติ) จะ ไม่ครอบคลุม การดำเนินการต่อไปนี้:
- การพยายามเจาะระบบเพื่อยึดครองสิทธิ์ หรือดึงข้อมูลจริงออกมา (Penetration Testing)
- การทำวิศวกรรมสังคม (Social Engineering) หรือ การทดสอบหลอกลวงพนักงานผ่านอีเมล (Phishing)
- การโจมตีแบบ DoS/DDoS เพื่อทดสอบการรับโหลดและการล่มของเซิร์ฟเวอร์
- การเข้าถึงฐานข้อมูลจริง (Production Database) หรือการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า (PDPA)
- การเข้าไปแก้ไข Source Code ให้กับลูกค้าโดยตรง (รายงานจะทำหน้าที่ชี้เป้าและเสนอแนะวิธีแก้ไขเท่านั้น)
การยกระดับความปลอดภัยเชิงรุก (Proactive Security Solutions)
สิ่งสำคัญที่ลูกค้าควรทราบคือ บริการ VA Scan คือ “การหาช่องโหว่” (Detection) แต่ไม่ใช่ “การป้องกันการโจมตี” (Prevention) หากระบบมีช่องโหว่แต่ไม่ได้รับการแก้ไข หรือต้องการยกระดับการป้องกันการถูกโจมตีซ้ำซ้อน Orange Thailand ขอแนะนำโซลูชันเพื่อการรักษาความปลอดภัยแบบองค์รวมควบคู่กัน:
- บริการ Cloud VPS
แนะนำให้ย้ายระบบออกจาก Shared Hosting เพื่อแยกระบบและทรัพยากรของคุณให้เป็นเอกเทศ ลดความเสี่ยงจากการถูกแฮกผ่านเว็บไซต์ของบุคคลอื่นที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน
- ติดตั้ง Web Application Firewall (WAF)
เราแนะนำให้ใช้บริการ WAF ระดับโลกอย่าง Cloudflare (มีค่าบริการเริ่มต้นประมาณ 25-30 ดอลลาร์สหรัฐ/เดือน หรือเพียงหลักพันบาท) เพื่อทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการคัดกรอง IP, บล็อกบอตอันตราย, ป้องกันการโจมตีแบบ DDoS และบล็อกการพยายามเดารหัสผ่าน (Brute-force) เข้าสู่ระบบอย่างมีประสิทธิภาพ
เกร็ดความรู้: หลายองค์กรโดยเฉพาะหน่วยงานราชการมักสอบถามถึงมาตรฐาน W3C แท้จริงแล้ว W3C คือมาตรฐานโครงสร้างภาษาเว็บไซต์ (เช่น HTML/CSS) เพื่อให้แสดงผลบนเว็บเบราว์เซอร์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมาตรฐานความปลอดภัย (Cybersecurity) แต่อย่างใด
การลงทุนกับความปลอดภัยไซเบอร์ในวันนี้ คุ้มค่ากว่าการกู้คืนความเสียหายในอนาคต สนใจรับคำปรึกษาเพื่อประเมินขอบเขตระบบและขอรับใบเสนอราคาได้แล้ววันนี้ ติดต่อทีมงาน Orange Thailand ได้ทันที!