FAQs

คำถามที่พบบ่อย

ที่ ORANGE THAILAND เรายกระดับมาตรฐานการพัฒนาเว็บไซต์ให้เหนือกว่างานทั่วไป ด้วย 3 แกนหลักที่ตอบโจทย์ธุรกิจยุคดิจิทัล:

1. Modern Design (ดีไซน์ที่โดดเด่น): เราเน้นการออกแบบที่สวยงาม และเน้นการสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและเป็นสากล

2. เราให้ความสำคัญกับ ‘ความตรงต่อเวลา’ เป็นอันดับต้นๆ ด้วยการวาง Timeline ที่ชัดเจนในทุกขั้นตอน ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะสามารถเปิดตัวเว็บไซต์ได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้

3. Multi-Device Compatibility (รองรับทุกขนาดหน้าจอ): เว็บไซต์ที่เราออกแบบใช้ระบบ Responsive Design ขั้นสูง ทำให้การแสดงผลบนพีซี (PC), โน้ตบุ๊ก (Laptop), สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต มีความสมบูรณ์แบบ ลื่นไหล และใช้งานง่าย (User-Friendly) ในทุกอุปกรณ์

ด้วยมาตรฐานการทำงานที่เป็นระบบและการดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้ ORANGE เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับองค์กรที่ต้องการเว็บไซต์คุณภาพสูงและคุ้มค่ากับการลงทุน

Modern Business Website Design >

เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการและงบประมาณที่แตกต่างกัน ORANGE THAILAND จึงจัดกลุ่มแพ็กเกจทำเว็บไซต์องค์กรออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ดังนี้

คุณสมบัติ Package: Single Page Package: Business
เหมาะสำหรับ ธุรกิจใหม่, โปรเจกต์เฉพาะกิจ, ข้อมูลไม่ซับซ้อน องค์กรขนาดกลาง-ใหญ่, เน้นสร้างความน่าเชื่อถือ
รูปแบบเว็บ เว็บหน้าเดียว (One Page Scrolling) เว็บหลายหน้า (Multi-page) มีหน้าซับซ้อน
จุดเด่น เข้าถึงข้อมูลง่ายในหน้าเดียว, ปิดการขายไว รองรับแคตตาล็อกสินค้า ข่าวสาร และบทความ
ระยะเวลา ไม่เกิน 2 สัปดาห์ 1 – 3 เดือน (ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน)
ราคาเริ่มต้น 15,000 บาท 35,000 บาท
Single Page (15,000.-): เน้นความกระชับ ทันสมัย เมื่อกดเมนูหน้าเว็บจะเลื่อนไปยังส่วนที่ต้องการทันที เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการมีตัวตนบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว

Business (เริ่มต้น 35,000.-): ออกแบบมาเพื่อรองรับเนื้อหาจำนวนมาก โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องอัปเดตกิจกรรม ข่าวสาร หรือมีบทความให้ความรู้เพื่อผลทาง SEO ในระยะยาว

> Corporate Website Packages (แพ็กเกจเว็บองค์กร) 
> One Page Website Service (บริการทำเว็บหน้าเดียว) 
> Professional Business Website (เว็บไซต์ธุรกิจมืออาชีพ) 
> Website Development Timeline (ระยะเวลาการพัฒนาเว็บไซต์) 

เราให้ความสำคัญกับการออกแบบเว็บไซต์ที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ต้อง ‘ถูกหลัก SEO’ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ธุรกิจของคุณถูกค้นหาเจอได้ง่ายขึ้นบน Google โดยเราใช้กลยุทธ์ดังนี้:

1. เราเลือกใช้ WordPress แพลตฟอร์มอันดับ 1 ที่ทั่วโลกยอมรับว่ารองรับการทำ SEO ได้ดีที่สุด มีระบบหลังบ้านที่จัดการ Tag, Meta Description และความเร็วหน้าเว็บ (Page Speed) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. Keyword Strategy (การวิเคราะห์คำค้นหา): เราช่วยวิเคราะห์ความยากง่ายของ Keyword ในธุรกิจของคุณ โดยแนะนำการใช้ Long-tail Keywords เพื่อเพิ่มโอกาสในการติดหน้าแรกได้เร็วกว่า เช่น เปลี่ยนจากคำกว้างๆ อย่าง ‘คลินิกกายภาพบำบัด’ เป็นคำเฉพาะเจาะจงอย่าง ‘คลินิกกายภาพบำบัด เชียงใหม่’ หรือชื่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเช่น ‘คลินิก หมอเอ’

3. Technical SEO: เว็บไซต์ที่เราออกแบบรองรับการแสดงผลทุกหน้าจอ (Responsive) และมีโครงสร้างที่สะอาด ทำให้ Robot ของ Google เข้ามาเก็บข้อมูล (Crawl) และจัดอันดับได้ง่ายขึ้น

เพราะความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าคือเป้าหมายของเรา ORANGE จึงไม่มีนโยบายจำกัดจำนวนครั้งในการแก้ไขงานดีไซน์ โดยเราใช้กระบวนการทำงานแบบ ‘Step-by-Step Approval’ เพื่อลดความผิดพลาดและประหยัดเวลาลูกค้า ดังนี้:

ออกแบบและอนุมัติทีละหน้า: เราจะเริ่มจากการออกแบบหน้าแรก (Homepage) ให้สมบูรณ์จนคุณพอใจและอนุมัติก่อน

การดำเนินงานต่อเนื่อง: เมื่อหน้าแรกผ่านการอนุมัติ ทีมงานจะเริ่มออกแบบหน้าถัดไปทีละหน้าตามลำดับ

เรามีความยืดหยุ่นในการทำงานเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด อย่างไรก็ตาม หากมีการขอแก้ไขงานหลังจากขั้นตอนการอนุมัติ UX/UI (Final Design) เรียบร้อยแล้ว เราจะมีการประเมินผลกระทบเป็น 3 ระดับ ดังนี้:

1. Minor Change (แก้ไขเล็กน้อย): หากเป็นการปรับเปลี่ยนที่ไม่กระทบต่อโครงสร้างหลักหรือฟังก์ชันการทำงาน (Functionality) เช่น การปรับสี, การเปลี่ยนรูปภาพ หรือการแก้ไขข้อความ เรายินดีดำเนินการให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

2. Medium to Major Change (แก้ไขระดับกลางถึงระดับใหญ่): หากการเปลี่ยนแปลงมีผลกระทบต่อ Prototype, Flow การทำงาน หรือต้องรื้อโครงสร้าง Logic เดิม เราจะพิจารณาเสนอราคาในรูปแบบ Change Request (CR) ตามความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น

3. Phase Expansion (การขยายเฟส): ในกรณีที่ความต้องการใหม่มีขนาดใหญ่มาก เราอาจแนะนำให้เป็นการพัฒนาใน ‘เฟสถัดไป’ เพื่อให้โครงการปัจจุบันสามารถส่งมอบได้ตามกำหนดการเดิม (On-time Delivery)

1) ไฟล์โลโก้บริษัท

2) โปรไฟล์บริษัท: ประวัติความเป็นมา รูปภาพสำนักงาน หรือโรงงาน

3) ภาพใบประกาศนียบัตร (Certificates) หรือรางวัลต่างๆ (Awards)

4) ข้อมูลสินค้า/บริการ: รายละเอียดที่ชัดเจนพร้อมรูปภาพประกอบ

5) ผลงานอ้างอิง (Portfolio): ตัวอย่างงานที่เคยทำให้ลูกค้า (อย่างน้อย 1 รายการ)

6) ข่าวสารและกิจกรรม: ตัวอย่างข่าวสารหรือกิจกรรมล่าสุดเพื่อใช้ตั้งต้นระบบ

7) คำค้นหา (Keywords): ส่งคำที่ต้องการให้คนค้นหาเจอประมาณ 5-10 คำ

8) แผนที่บริษัท: ทั้งลิงก์ Google Map และภาพ Graphic Map

9) ช่องทางรับข้อมูล: อีเมลสำหรับรับการติดต่อจากหน้าเว็บ (Enquiry Form)

10) ชื่อโดเมน (Domain Name): ชื่อที่ต้องการจด (กรณีจด .co.th ต้องใช้สำเนา ภพ.20 หรือหนังสือรับรองบริษัท)

11) ข้อมูลโฮสติ้งเดิม (ถ้ามี): FTP, Control Panel User/Password

12) ข้อมูลสองภาษา (ถ้ามี): เนื้อหาคำแปลที่ต้องการแสดงผลทั้ง 2 ภาษา

13) เว็บไซต์ตัวอย่าง: ลิงก์เว็บคู่ค้าหรือเว็บที่ชื่นชอบ 1-3 เว็บไซต์ เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบ

ด้วยประสบการณ์กว่า 22 ปี และทีมงานผู้เชี่ยวชาญกว่า 70 ราย ORANGE THAILAND รองรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและหลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจทุกรูปแบบ ดังนี้:

1. เว็บไซต์องค์กรและบริหารจัดการเนื้อหา (Corporate & CMS)
– เทคโนโลยี: HTML5, CSS3, JavaScript
– Platform: WordPress (สำหรับเว็บไซต์ที่เน้นการจัดการง่ายและ SEO)

2. เว็บไซต์ (E-Commerce Solutions)
เราช่วยวิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสียของแต่ละ Platform เพื่อความคุ้มค่าที่สุดของลูกค้า:
– Platform ยอดนิยม: Shopify, WooCommerce, Magento
– Custom Coding: พัฒนาด้วยภาษา PHP สำหรับระบบที่ต้องการฟีเจอร์เฉพาะทางสูง

3. การพัฒนาโปรแกรมและระบบงานเฉพาะทาง (Software Development)
รองรับทั้งระบบ Backend ที่ซับซ้อนและ Frontend ที่ลื่นไหล:
– Backend: PHP, C#.Net, Node.js
– Frontend Framework: Nuxt.js, Angular, React.js

4. แอปพลิเคชันมือถือ (Mobile Application)
เน้นการพัฒนาแบบ Multi-platform ที่ประหยัดงบประมาณแต่ได้ประสิทธิภาพสูง:
– Framework: Flutter (แนะนำ), React Native

ที่ ORANGE เราควบคุมคุณภาพการพัฒนาโปรแกรมแบบ Tailor-made ด้วยหลักการเดียวกับการ ‘สร้างบ้านสถาปนิก’ เพื่อปิดความเสี่ยงเรื่องงานไม่ตรงปก โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้:

Visual First (เห็นก่อนสร้างจริง): เราเริ่มจากการออกแบบ UX/UI (User Experience & User Interface) ให้เห็นหน้าตาทุกส่วนของโปรแกรมอย่างละเอียด ครบทุกหน้าจอและทุกการเชื่อมต่อ (User Flow)

Interactive Prototype: ลูกค้าจะเห็นภาพชัดเจนว่าเมื่อคลิกปุ่มนี้ ระบบจะพาไปที่หน้าไหน ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนไอเดียได้ทันทีในขั้นตอนการออกแบบ

Blueprint Approval: เราจะเริ่มขั้นตอนการเขียนโค้ด (Coding) ก็ต่อเมื่อลูกค้าได้ตรวจสอบและ ‘เซ็นอนุมัติแบบ’ 100% แล้ว

กระบวนการนี้ช่วยให้โปรแกรมที่พัฒนาเสร็จจะตรงตามความต้องการใช้งานจริง ลดการแก้ไขงานซ้ำซ้อนอย่างแน่นอน

การพัฒนาโมบายแอปพลิเคชัน (iOS & Android) เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับระบบที่ซับซ้อน แต่หากเป้าหมายของคุณคือการเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็ว การพัฒนาผ่าน Line Application (Line OA) อาจเป็นคำตอบที่คุ้มค่ากว่าด้วยเหตุผลดังนี้:

1. ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 40%: เนื่องจากการพัฒนา Web Application เพื่อเชื่อมต่อกับ Line มีความซับซ้อนน้อยกว่าการเขียน Code แยกตาม Platform ของ iOS และ Android

2. ไม่ต้องติดตั้งแอปให้เสียเวลา: แก้ปัญหาลูกค้าไม่ยินดีโหลดแอปใหม่ลงเครื่อง โดยเปลี่ยนมาใช้ Rich Menu ที่ออกแบบให้ดูทันสมัยเหมือนหน้าจอแอป (App-like Experience) ซึ่งลูกค้าสามารถกดใช้งานได้ทันทีผ่านแอป Line ที่มีอยู่แล้ว

3. การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายง่ายขึ้น: สามารถใช้ฟีเจอร์ของ Line เช่น Push Notification เพื่อส่งข่าวสารหรือโปรโมชั่นหาลูกค้าได้โดยตรง

ที่ ORANGE เราจะช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายของคุณก่อน เพื่อเสนอโซลูชันที่ประหยัดงบประมาณที่สุดแต่ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

Line Official Account Development (การพัฒนา Line OA)
LIFF App(Line Front-end Framework)

ช่องทางติดต่อ
MRT บางพลัด (ประตู 4)
32/1 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700

โทร. : 02-424-5559, 081-591-0000 (24 Hr.)
อีเมล์ : contact@orange-thailand.com